Namtip88

บาคาร่ามีคอมมิชชั่น vs ไม่มีคอมมิชชั่น: ทางคณิตศาสตร์อันไหนเสียเปรียบเจ้ามือมากกว่ากัน?

ในหน้าล็อบบี้ของคาสิโนออนไลน์ เวลาเรากดเลือกห้องบาคาร่า นอกจากจะเลือกสาวสวยดีลเลอร์แล้ว เรามักจะเจอตัวเลือกให้ปวดหัวอีกอย่างหนึ่ง คือห้องที่มีเขียนกำกับว่า “Commission” (มีค่าต๋ง) และ “No Commission” (ไม่มีค่าต๋ง)

สำหรับมือใหม่ ร้อยทั้งร้อยมักจะกระโดดเข้าห้อง “No Commission” ทันที เพราะใครจะอยากเสียเงิน 5% ให้เจ้ามือทุกตาจริงไหมครับ? การแทง 100 ได้ 100 เต็มๆ มันดูคุ้มกว่าเห็นๆ

แต่เดี๋ยวก่อนครับ… ในโลกของคาสิโน ของฟรีไม่มีในโลก” ถ้าคาสิโนยอมยกเลิกค่าต๋ง 5% ให้คุณ แปลว่าเขาต้องซ่อน กับดักทางคณิตศาสตร์” บางอย่างเอาไว้เพื่อเอาคืน และเผลอๆ อาจจะเอาคืนหนักกว่าเดิมด้วยซ้ำ

วันนี้ผมจะพากางตำราคณิตศาสตร์ เปรียบเทียบค่า House Edge (อัตราเจ้ามือได้เปรียบ) กันให้เห็นชัดๆ ว่าระหว่าง “ยอมจ่ายทีละนิด” กับ “ยอมโดนหักทีเดียวหนักๆ” แบบไหนที่ทำให้เราเสียเปรียบเจ้ามือน้อยที่สุดในระยะยาว

  1. รู้จักคู่ชก: กติกาที่แตกต่าง

ก่อนจะไปดูตัวเลข เรามาทบทวนกติกาพื้นฐานของทั้งสองแบบกันก่อนครับ

แบบมีคอมมิชชั่น (Standard Baccarat / Commission)

นี่คือกติกามาตรฐานดั้งเดิมครับ

  • แทง Player ชนะ: จ่าย 1:1 (แทง 100 ได้ 100)
  • แทง Banker ชนะ: จ่าย 0.95:1 (แทง 100 ได้ 95) โดนหัก 5%

แบบไม่มีคอมมิชชั่น (No Commission / Super 6)

นี่คือกติกาประยุกต์ที่เน้นความเร็วและความสะดวก

  • แทง Player ชนะ: จ่าย 1:1 (แทง 100 ได้ 100)
  • แทง Banker ชนะ (แต้มทั่วไป): จ่าย 1:1 (แทง 100 ได้ 100) ไม่โดนหัก
  • จุดตาย (The Catch): ถ้า Banker ชนะด้วยแต้ม “6 แต้ม” จะจ่ายแค่ 0.5:1 (แทง 100 ได้แค่ 50!)

เห็นไหมครับว่า คำว่า “ไม่มีคอมมิชชั่น” ไม่ได้แปลว่าไม่มีตลอดไป แต่มันคือการไปรวบยอดหักตอนเจ้ามือชนะด้วย 6 แต้ม ทีเดียว 50% เลยต่างหาก

  1. วัดกันด้วยตัวเลข: House Edge (ใครเจ็บกว่ากัน?)

ในทางคณิตศาสตร์ เราวัดความเสียเปรียบด้วยค่า House Edge ครับ ยิ่งค่านี้น้อย แปลว่าผู้เล่นยิ่งมีโอกาสทำกำไรได้มาก (หรือขาดทุนน้อยที่สุด)

วิเคราะห์แบบมีคอมมิชชั่น (Standard)

สาเหตุที่ต้องหัก 5% เพราะตามสถิติแล้ว Banker มีโอกาสชนะมากกว่า Player นิดหน่อยครับ

  • โอกาส Banker ชนะ: 45.86%
  • โอกาส Player ชนะ: 44.62%
  • โอกาสเสมอ: 9.52%

เมื่อนำมาคำนวณผ่านสูตร Expected Value (EV) โดยรวมค่าต๋ง 5% เข้าไปแล้ว:

  • House Edge ฝั่ง Banker = 1.06%

จำตัวเลข 1.06% นี้ไว้ให้ดีนะครับ นี่คือ “เรทราคา” ที่ถูกที่สุดในคาสิโน (ดีกว่ารูเล็ต ดีกว่าสล็อต) เป็นเหตุผลว่าทำไมเซียนถึงชอบเล่นบาคาร่าแบบดั้งเดิม

วิเคราะห์แบบไม่มีคอมมิชชั่น (No Commission)

ดูเผินๆ เหมือนเราได้เปรียบที่ได้เต็ม 1:1 ตลอด แต่ “ปีศาจซ่อนอยู่ในเลข 6” ครับ สถิติบอกว่า โอกาสที่ Banker จะชนะด้วยแต้ม 6 นั้น เกิดขึ้นประมาณ 5.39% ของเกมทั้งหมด (หรือประมาณทุกๆ 19 ตา จะเจอ 1 ครั้ง) การโดนหัก 50% ในจังหวะนั้น เมื่อนำมาเฉลี่ยเป็นค่าความเสียเปรียบรวม จะได้ตัวเลขออกมาคือ:

  • House Edge ฝั่ง Banker = 1.46%
  1. สรุปผลการชก: คณิตศาสตร์ไม่เคยโกหก

เมื่อเทียบตัวเลขกันชัดๆ:

  • แบบมีคอมมิชชั่น: เสียเปรียบ 1.06% (ผู้ชนะ 🏆)
  • แบบไม่มีคอมมิชชั่น: เสียเปรียบ 1.46%

ความหมาย: ในระยะยาว (Long Run) การเล่นห้อง No Commission คุณจะเสียเปรียบเจ้ามือมากกว่าห้องปกติประมาณ 37.7% ครับ! การที่คุณดีใจที่ได้เงินเต็ม 100 บาทในตาปกติ มันไม่คุ้มค่าเลยเมื่อเทียบกับวันที่คุณอัดไม้หนักแล้ว Banker ชนะด้วย 6 แต้ม แล้วเงินหายไปครึ่งหนึ่ง (กำไรหาย 50%) จังหวะนั้นแหละครับที่ทำให้พอร์ตพัง

เปรียบเทียบง่ายๆ:

  • แบบมีคอม: เหมือนคุณจ่ายภาษีทีละนิด 5 บาท 10 บาท จ่ายเรื่อยๆ แต่มั่นคง
  • แบบไม่มีคอม: เหมือนคุณไม่เสียภาษีเลย แต่มีโอกาสเดินๆ อยู่แล้วโดนปล้นเงินไปครึ่งกระเป๋า โดยที่คุณไม่รู้ว่าจะโดนตอนไหน
  1. แล้วทำไมคาสิโนถึงเชียร์ให้เล่น “No Commission”?

ถ้าห้อง No Commission มันแย่กว่า ทำไมเว็บพนันถึงเปิดห้องแบบนี้เยอะจัง? แถมบางเว็บตั้งเป็นค่า Default ด้วย? คำตอบมี 2 ข้อครับ:

  1. กำไรที่มากกว่า: อย่างที่คำนวณให้ดูครับ House Edge 1.46% ย่อมทำกำไรให้เจ้ามือได้มากกว่า 1.06% ในระยะยาว
  2. ความเร็ว (Speed): การไม่ต้องมานั่งคำนวณเศษทศนิยม 5% (เช่น แทง 125 ได้ 118.75) ทำให้ดีลเลอร์ทำงานง่ายขึ้น เกมจบไวขึ้น รอบการหมุนเงินเร็วขึ้น ซึ่งดีต่อคาสิโนครับ
  1. สถานการณ์ไหนที่ “No Commission” อาจจะคุ้ม?

ถึงแม้ตัวเลขจะบอกว่าแย่กว่า แต่ห้อง No Commission ก็ไม่ได้เลวร้ายถึงขั้นห้ามเล่นครับ มันมีข้อยกเว้นอยู่บ้าง:

  • สายแทง Player: ถ้าคุณเป็นคนชอบแทงฝั่งน้ำเงิน (Player) เป็นชีวิตจิตใจ คุณเล่นห้องไหนก็ได้ครับ เพราะฝั่ง Player จ่าย 1:1 เท่ากัน และ House Edge เท่ากันที่ 1.24% ทั้งสองห้อง
  • สายล่ามังกร: ถ้าคุณกำลังตามมังกรยาวๆ และต้องการความรวดเร็วในการทบเงิน การเล่นห้อง No Com ช่วยให้คำนวณเงินง่ายกว่า ไม่ต้องปวดหัวกับเศษสตางค์
  • สาย Super 6 (Side Bet): บางคนชอบเล่นห้องนี้เพื่อดักแทงช่อง “Super 6” (ทายว่าเจ้ามือชนะด้วย 6 แต้ม) ซึ่งจ่ายสูงถึง 12:1 หรือ 15:1 ถ้าคุณมีสูตรดักเลข 6 ห้องนี้ก็คือสนามเด็กเล่นของคุณ
  1. คำแนะนำ: เลือกห้องให้ถูกกับจริต

การเลือกห้องเล่นก็เหมือนการเลือกสนามรบครับ ถ้าเราเลือกสนามที่เราได้เปรียบ เราก็มีชัยไปกว่าครึ่ง

  • ถ้าคุณเป็นสายลงทุน (Grinder): เน้นเล่นยาวๆ บริหารพอร์ต กินกำไรทีละนิด จงเลือกห้องมีคอมมิชชั่น” เท่านั้นครับ ยอมเสีย 5% เพื่อแลกกับ House Edge ที่ต่ำที่สุด
  • ถ้าคุณเป็นสายซิ่ง (Gambler): เล่นสั้นๆ เน้นจบไว ขี้เกียจคิดเลข เลือกห้อง No Commission” ได้ครับ แต่ต้องระวังจังหวะ Banker 6 แต้มให้ดี

และที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเลือกห้องแบบไหน คุณต้องเล่นกับเว็บที่มีความโปร่งใสและแสดงกติกาชัดเจนครับ อย่างส่วนตัวผมเวลาจะเลือกห้องเล่น ผมมักจะเข้าไปเช็กเรทอัตราจ่ายที่หน้าล็อบบี้ของ w9999th.com ก่อนเสมอ เพราะที่นี่เขาแยกโซนห้อง Commission และ No Commission ไว้อย่างชัดเจน ทำให้เราไม่เผลอเข้าผิดห้อง และมั่นใจได้ว่ากติกาการจ่ายเงินเป็นไปตามมาตรฐานสากลจริงๆ ไม่มีการแอบปรับเปลี่ยนเงื่อนไข Super 6 ให้โหดกว่าปกติครับ

บทสรุป

ในสงครามตัวเลขระหว่าง “1.06%” กับ “1.46%” ผู้ชนะทางคณิตศาสตร์คือ บาคาร่าแบบมีคอมมิชชั่น” ครับ

แม้มันจะน่ารำคาญที่ต้องโดนหัก 5% ทุกครั้งที่แทง Banker แต่เชื่อเถอะครับว่า นั่นคือ ค่าคุ้มครอง” ที่ถูกที่สุดแล้วที่คุณจ่ายให้คาสิโน เพื่อแลกกับโอกาสชนะที่มากที่สุดเท่าที่เกมพนันจะมีให้ได้

สมัครสมาชิก